
ความหวานในชีวิตจริง อาจไม่ใช่คำพูดโรแมนติกหรือฉากใหญ่โต แต่คือรายละเอียดเล็กๆ ที่ถูกคิดมาอย่างตั้งใจ เพื่อแบ่งปันความสุขให้กับคนรอบตัว
สำหรับ คุณพิมพ์ประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ คุณทยา อุทโยภาศ ความหวานของความรัก ไม่ได้อยู่แค่ในช่วงเวลาสำคัญอย่างคำขอแต่งงานกลางกรุงปารีส หรือภาพงานวิวาห์ที่งดงามเท่านั้น แต่ยังซ่อนอยู่ในทุกการวางแผน ทุกดีเทล และทุกประสบการณ์ที่ทั้งสองตั้งใจสร้างร่วมกัน
ภายใต้แฟชั่นเซ็ตของ Krispy Kreme เรื่องราวของคู่นี้จึงไม่ใช่เพียงบทสัมภาษณ์คู่แต่งงาน หากแต่เป็นบทบันทึกของ ‘ความหวานที่ออกแบบได้’ ความหวานที่เกิดจากความใส่ใจ ความทรงจำ และการแบ่งปัน ที่ทำให้โดนัทหนึ่งชิ้น กลายเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาพิเศษตลอดไป

จากโลกของกฎหมาย สู่ชีวิตคู่ที่เดินไปด้วยกัน
คุณจีจี้: “จีจี้ทำงานอยู่ที่สำนักงานกฎหมาย Blumenthal Richter Sumet & Schuler ค่ะ เป็นสำนักกฎหมายที่ดูแลเรื่องการลงทุนเป็นหลัก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่ทำธุรกรรมกับต่างประเทศ นอกจากงานด้านกฎหมายแล้ว จีจี้ยังเป็นตัวแทนครอบครัวที่บริษัท Sunrise Dairy Ltd. ซึ่งผลิต Yolida Yoghurt และ ครีม Alli ด้วยค่ะ”
คุณทยา: “ผมก็จบกฎหมายมาเหมือนกันครับ งานที่ทำอยู่จะเป็นกึ่งกฎหมาย กึ่งการจัดการข้อมูล อยู่ที่ Lineman – Wongnai ในส่วนของกฎหมาย ดูแลเรื่องการจัดระบบข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นระเบียบ และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
เมื่อเส้นทางชีวิตบรรจบกัน…บน LinkedIn
คุณจีจี้ : “เราไม่ได้เจอกันตอนเรียนเลยค่ะ ทั้งที่เรียนสายเดียวกัน จีจี้เรียนปริญญาตรีด้าน Marketing ที่ Babson College ก่อนจะไปเรียนกฎหมายที่ Georgetown University Law Center ได้ดีกรี J.D. กลับมาเมืองไทยถึงได้มาเจอกันบน LinkedIn เพราะทำงานสายเดียวกัน”
คุณทยา: “ผมเรียนปริญญาตรีที่ Brown University และต่อกฎหมายที่ Harvard Law School ครับ ดีกรี J.D. แบบเดียวกัน ซึ่งในเมืองไทยมีไม่กี่คน ตอนแรกที่คุยกันก็เป็นเรื่องงาน ดูจริงจัง” (ยิ้ม)
คุณจีจี้: “จีจี้คิดว่าการที่เราได้คุยกันในเรื่องกฎหมายคือความสบายใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย แล้วค่อยๆ ไปถึงเรื่องชีวิตที่อเมริกา แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของคนทำงานกฎหมายเหมือนกัน”

จาก ‘คนรู้จัก’ สู่ความผูกพัน
คุณจีจี้: “ช่วงที่รู้สึกว่าเริ่มออกจากคำว่าคนรู้จัก คือการได้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ เราได้เห็นว่าพี่ทยาไม่ได้เป็นแค่นักกฎหมายเก่งๆ แต่เป็นคนที่มีมุมอื่นๆ อีกเยอะ เราชอบทำขนมเหมือนกัน รักสัตว์เหมือนกัน และให้ความสำคัญกับครอบครัวเหมือนกัน มันมีอะไรที่เหมือนกันมากกว่ากฎหมาย”
Resume ที่กลายเป็นด่านสำคัญ
คุณทยา: “จีจี้มาบอกว่าคุณแม่อยากรู้จัก แล้วขอ Resume ผมก็แอบตกใจนะครับ แต่ก็ยินดีให้ รู้สึกว่าถ้าคุณแม่ขอ เราก็กล้าให้ (ยิ้ม)”
คุณจีจี้: “คุณแม่ดูจริงจังมากค่ะ ตอนแรกจีจี้ก็ไม่กล้าขอ เพราะคิดว่าถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นอาจจะวิ่งหนีไปแล้วแต่พี่ทยากลับบอกว่า ‘ได้เลย เอาสองภาษาไหม’ เขาพร้อมขายของมาก (ยิ้ม)”
คุณทยา: “นานๆ ทีดีกรีจะได้ใช้งาน ก็ต้องรีบโชว์ครับ (หัวเราะ)”
เมื่อความมั่นใจค่อยๆ ชัดเจน
คุณจีจี้: “เราคบกันได้ประมาณ 3–4 เดือน คุณแม่ก็ชวนพี่ทยามาทานข้าว จากนั้นก็ชวนไปเที่ยวอิตาลี ทั้งที่ปกติจะเป็นทริปครอบครัว ตอนนั้นรู้สึกว่าทุกอย่างมันเร็ว แต่ก็เป็นจังหวะที่เราทั้งคู่พร้อม เลยทำให้สนิทกันมากขึ้น”
คุณทยา: “ผมก็แอบเกร็งครับ เพิ่งคบกันไม่นานแต่ต้องไปเที่ยวกับคุณแม่เขา แต่ก็คิดเหมือนตอนส่ง Resume คือเขากล้าเชิญ เราก็กล้าไป สุดท้ายกลายเป็นทริปที่มีความสุขมาก และทำให้รู้สึกว่าเราเข้ากันได้จริงๆ”


ปารีส เมืองแห่งความทรงจำ และคำขอแต่งงาน
คุณจีจี้: “พี่ทยาขอแต่งงานที่ปารีสค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ (คุณนุประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา - คุณเพ็ชราภรณ์ วัชรพล) ท่านคบกัน ขอเป็นแฟนกัน และตกหลุมรักกันที่ปารีส เราเลยอยากให้สถานที่แห่งความทรงจำของคุณพ่อคุณแม่ มาอยู่ในความทรงจำของเราด้วย หลังจากคบกันปีครึ่ง จีจี้รู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว บังเอิญมีโปรเจกต์งานที่ต้องไปปารีสอยู่แล้ว ทุกอย่างมันลงตัว พี่ทยาก็ขอแต่งงานหน้าหอไอเฟล ตอนนั้นทั้งบริษัท ทั้งเจ้านายรู้หมดเลยค่ะ (ยิ้ม)”
คุณทยา: “นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมหลงรักจีจี้ เขาเป็นคนที่วางแผน ใส่ใจ และคิดถึงรายละเอียดทุกอย่าง”
งานแต่งงานที่เต็มไปด้วย Storytelling
คุณจีจี้: “จีจี้ดูแลงานแต่งเองเกือบทั้งหมดค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต อยากเก็บทุกรายละเอียด ธีมงานคือปารีส เรามีหอไอเฟลกลางห้องบอลรูม มีประตูชัยตอนเปิดตัวเจ้าสาว มีลูฟวร์ และจัดเป็นมินิคาร์นิวัลเพื่อให้งานอบอุ่น มีสีสัน และเสียงหัวเราะ จีจี้อยากจำทุกอย่างลงบันทึกใน tiktok ของจีจี้ (TikTok: naayuthayaweddingjourney)”
คุณทยา: “ทุกคนชมหมดเลยครับ ว่างานออกมาเพอร์เฟค ตั้งแต่เค้ก Krispy Kreme บูทเกม ไปจนถึงวิดีโอแนะนำตัวแบบแอนิเมชัน ทุกดีเทลสะท้อนความใส่ใจของจีจี้ทั้งหมด”

Krispy Kreme กับ ‘The One & Only’ Wedding Cake
คุณจีจี้: “คุณแม่ไม่เชื่อในการตัดเค้กแต่งงาน เราเลยคิดว่าใช้โดนัทแทนดีไหม เพราะเป็นทรงกลม มีความหมายแบบอินฟินิตี้ แค่เอาไอซิ่งมาโรยแทนการตัดเค้ก เหมือนการเติมความหวานให้ชีวิต แขกก็สามารถหยิบไปทานได้เลย ดีใจมากที่ Krispy Kreme รังสรรค์ออกมาได้สวย และนี่ก็เป็นเค้กแต่งงานก้อนแรกของแบรนด์ด้วยค่ะ รู้สึกภูมิใจมาก”
ความทรงจำแสนหวานกับ Krispy Kreme
คุณจีจี้: “ตอนเรียนที่บอสตัน ช่วงหิมะตกหนัก จีจี้มักจะแช่ Krispy Kreme Original ไว้ในตู้แช่แข็ง แล้วเอามาอุ่นบนเตาให้ไอซิ่งละลาย ใช้เวลาประมาณ 40 วินาที อร่อยมาก มันเป็นความทรงจำของช่วงนักศึกษา และเป็นรสชาติที่ทำให้นึกถึงอดีตเสมอค่ะ”
ชีวิตหลังแต่งงาน กับจังหวะที่ลงตัว
คุณจีจี้: “เราโชคดีมากที่ที่ทำงานอยู่ตึก One Bangkok ตึกเดียวกัน ทุกเช้าจะนั่ง Shuttle Bus ไปทำงานด้วยกัน”
คุณทยา: “แต่ตอนกลับไม่ได้นั่งด้วยกันนะครับ เพราะจีจี้จะไปวิ่งรอบสวนลุมพินีวันละ 5 กิโลฯ ก่อนค่อยกลับบ้าน แต่เรายังมีข้อตกลงกันว่า ทุกวันพฤหัสบดีจะเป็น ‘Thaya’s Thursday’ วันพิเศษที่ผมจะไปทานข้าวกับจีจี้แทนการนัดทีมครับ”
เบื้องหลังแฟชั่นเซ็ตที่เป็นมากกว่าการถ่ายภาพ
คุณจีจี้: “HiSoParty เป็นนิตยสารที่ชื่นชมมาตลอด ครั้งนี้น้าตุ๊กชวนมาถ่ายแฟชั่นก็เซอร์ไพรส์มาก แต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องเค้กแต่งงานของ Krispy Kreme ก็รู้สึกว่าเป็นสตอรี่ของเราจริงๆ และเราควรมา represent เรื่องนี้ค่ะ”
คุณทยา: “เป็นการเป็นโมเดลครั้งแรกครับ (หัวเราะ) สนุกดีครับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน”
Author By : Arunlak

