
เยอรมนีมีเมืองนับร้อย เรียกว่าไปประเทศนี้ 10 ครั้ง ก็ยังเที่ยวไม่หมด หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับแฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก เบอร์ลิน แต่ HiSoParty ครั้งนี้ เราอยากพาไปทำความรู้จักกับเมืองที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก หรือบางคนรู้จักแต่อาจจะไม่เคยไป ตามมาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน
ตามรอยเทพนิยายไป
‘เบรเมน’


นอกจากเยอรมนีจะมีเส้นทางสายโรแมนติก เอาไว้ให้คนโรแมนติกได้เที่ยวไปหวานไปแล้ว ยังมีเส้นทางสายเทพนิยาย เอาไว้ให้คนรักเทพนิยายได้เที่ยวตามรอยด้วย ต้นทางของเส้นทางสายเทพนิยายอยู่ที่เมืองเบรเมน (Bremen)
นั่นทำให้เบรเมนเป็นเมืองที่หลายคน มาเริ่มต้นตามรอยเส้นทางสายเทพนิยาย ที่พี่น้องตระกูลกริมม์ร่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจ้าชายกบ หรือหนูน้อยหมวกแดง ก็ล้วนแต่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนท่องเที่ยวไปตามเส้นทางสายนี้ทั้งสิ้น
ที่จริงแล้วเบรเมนไม่ใช่แค่เป็นเมืองในเทพนิยาย แต่เบรเมนมีหลากมิติ เป็นทั้งเมืองท่าแห่งการเดินเรือที่สำคัญของเยอรมนี เมืองไฮเทคโนโลยี และเป็นเมืองอุตสาหกรรม ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสนใจหรือมองเบรเมนในมุมไหน



เบรเมนเป็นเมืองเล็ก โดยมากผู้คนจะไปกองรวมกันอยู่ที่จัตุรัสมาร์คพลัทซ์ (Market Square) ลานกว้างที่ห้อมล้อมไว้ด้วยศาลาว่าการประจำเมือง โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ อาคารหอการค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือรูปปั้นของโรแลนด์ (Roland statue) ที่อยู่ด้านหน้าของศาลาว่าการประจำเมือง
รูปสลักหินสูงใหญ่ของอัศวินโรแลนด์นั้น ชาวเมืองเชื่อกันว่า เขาจะช่วยคุ้มครองปกป้องในเรื่องการทำมาค้าขาย
คุณจะยิ่งปลื้มเบรเมน ถ้าไปเดินเล่นแถวถนนเบิทเชอร์สตราสเซ่ (Bottcherstrasse) ถนนชื่อดังที่มีอาคารเก่าแก่เป็นอิฐสีแดงสไตล์อาร์ตนูโว และมีงานศิลปะทุกแขนงรอให้คุณไปชื่นชม



ริมแม่น้ำเวเซอร์มีร้านรวงมากมาย ที่ขายผลงานศิลปะฝีมือดี นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งอยู่บนถนนสายนี้ด้วย
อีกย่านหนึ่งที่ควรจะไปให้ถึงคือย่านที่เรียกว่าชนูร์ (Schnoor) ละแวกที่เป็นที่อยู่อาศัยอันเก่าแก่และดั้งเดิมของชาวเบรเมน เป็นมุมละไมในเบรเมนที่ไม่ควรพลาด ยิ่งถ้าคุณชอบบ้านเก่าๆ ร้านเก๋ๆ มีกลิ่นประวัติศาสตร์เจืออยู่ในอากาศ ชนูร์นี่แหละใช่เลย
สิ่งหนึ่งที่คุณจะหวนนึกถึงเบรเมนเมื่อกลับบ้าน คือเสียงดนตรีที่คลอเคลียหู ไม่ว่าซอกซอยจะเล็กแค่ไหน นักดนตรีเร่จะตามไปขับกล่อมคุณทุกหนทุกแห่ง ก็สมแล้วที่เบรเมนได้ชื่อว่าเป็น ทาวน์ มิวสิกเชียนส์

‘เดรสเดน’
นครหลวงแห่งบารอก


เดรสเดน (Dresden) ราวกับภาพวาดอันล้ำค่าที่เยอรมนีบรรจงตวัดพู่กันพรมสีลงบนผิวโลก เดรสเดนเลยออกมางามล้ำหน้าเมืองในเยอรมนีหลายๆ เมือง
จัดว่าเป็นเมืองมากฉายาอีกเมืองหนึ่งของโลก บ้างก็ว่านี่คือ ‘ฟลอเรนซ์แห่งลุ่มน้ำเอลเบ้’ บางคนชอบเรียกเดรสเดนว่า ‘อัญมณีงามแห่งแคว้นแซกโซนี’ แต่ที่คุ้นหูนักท่องโลกมากที่สุด น่าจะเป็นสมญานามที่ว่า‘นครหลวงแห่งบารอก’




จะเรียกเดรสเดนว่าอะไรก็ช่าง แต่สิ่งที่ทุกคนสมควรรู้มากที่สุด คือ ‘ปราสาทงดงามที่สุดในยุโรป’ อยู่ ณ เมืองงามแห่งนี้ บุกเข้าสู่วงในของเดรสเดน มุ่งหน้าไปที่จัตุรัสกลางเมืองเก่า ที่นั่นปราสาท ราชวัง โบสถ์ สะพาน รูปปั้น งานศิลปะ ทุกอย่างกองกอดก่ายอยู่รวมกันอย่างงดงาม
หากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ละเลงใส่เดรสเดน เมืองงามแห่งนี้คงเลิศเลอและคลาสสิกกว่านี้เยอะ แต่พอถูกสงครามปู้ยี่ปู้ยำ เดรสเดนที่เคยรุ่งเรืองและร่ำรวยความสวยก็ย่อยยับลง หลังจากผ่านการฟื้นฟูครั้งใหญ่เดรสเดนจึงกลับมาอวดความงามให้ชาวโลกได้ยลโฉมกันอีกครั้ง
หากเดรสเดนคือภาพวาดชิ้นงาม พระราชวังสวิงเงอร์(Zwingger Palace) คงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพชิ้นนี้ดูดีมีรสนิยมและสวยจับใจ กษัตริย์ออกุสตุสผู้ทรงพลัง เนรมิตพระราชวังแห่งนี้ขึ้นกลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 พระราชวังที่สร้างด้วยสไตล์บารอกแห่งนี้บอบช้ำอย่างแสนสาหัส ทั้งโดนระเบิดถล่มตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วยังถูกภัยน้ำท่วมรุกรานเมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่สวิงเงอร์ก็ได้รับการเยียวยาให้กลับมางามสง่าเหมือนเดิม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เป็นพระราชวังที่ไม่เพียงอวดความหรูหราและรูปโฉมอันงดงามที่เปลือกนอก แต่ด้านในยังเป็นคลังงานศิลปะชั้นดีของเยอรมนี ที่เก็บอยู่ตามพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีที่อยู่ในอาณาบริเวณของพระราชวัง
ไม่ว่าคุณยืนอยู่มุมไหนของพระราชวังสวิงเงอร์ ข้างน้ำพุ เก้าอี้ข้างทาง ในมุมสูงที่มองผ่านรูปปั้นรายรอบวัง คุณจะเห็นความสวยปรากฏอยู่ทุกมุมใกล้กับพระราชวังคือเซมเพอร์โอเปราเฮาส์ (Semper Opera House) สถานที่ซึ่งมีไว้ให้ผู้บริโภคเสียงดนตรีและการแสดงโอเปราอันมีรสนิยมได้เดินทางมาที่นี่
ดาวเด่นของเดรสเดนที่คุณควรเดินทางไปหาคือ โบสถ์เฟราเอน (Frauenkirche) โบสถ์สวยที่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกได้ว่า สวยไร้เทียมทาน ทั้งยุโรปไม่มีโบสถ์ไหนงามเกินหน้าเฟราเอน ตอนระเบิดเล่นงาน เฟราเอนเสียโฉม กว่าจะกลับมาภูมิฐานอย่างทุกวันนี้ได้ก็ใช้เวลาบูรณะอย่างหนัก

‘ไฮเดลเบิร์ก’
เมืองคลาสสิกของเยอรมนี


ระดับความดังของเมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) แห่งเยอรมนี จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ใช่ย่อย ส่วนระดับความงามของไฮเดลเบิร์ก จัดว่าอยู่ในเกณฑ์สอบผ่าน ไม่ใช่สอบผ่านแบบคะแนน 5 เต็ม 10 แต่ไฮเดลเบิร์กโกยไป 8 เต็ม 10 เห็นจะได้
ในอดีต กวีผู้ใช้ชีวิตกลืนกินสุนทรีย์เป็นอาหารหลัก ปราชญ์ผู้ปราดเปรื่อง และปุถุชนผู้ยึดหลักใช้ชีวิตแบบโรแมนติกนิยม พวกเขาล้วนหลงรักไฮเดลเบิร์ก
ถึงขั้นที่ว่า ไฮเดลเบิร์กมีถนนสายนักปราชญ์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับปราสาทไฮเดลเบิร์ก เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินตามรอยเกอเธ่และศิลปินขั้นเทพคนอื่นๆ ที่มาหาแรงบันดาลใจจากไฮเดลเบิร์ก


ฟังดูแล้ว ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองไม่ธรรมดา เพราะถ้าธรรมดา คงไม่ต้อนรับนักเดินทางจนสะพานข้ามแม่น้ำเนคคาร์เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเท้าของนักเดินทาง
หากไม่รู้จะตั้งหลักตรงไหน ให้แหงนคอสอดส่ายหาปราสาทไฮเดลเบิร์ก ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ถ้าไม่อยากใช้บริการสองเท้า ก็ลองพึ่งรถรางที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าเบิร์กบาห์น (Bergbahn) ที่อาสาพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ปราสาทไฮเดลเบิร์ก
ถึงไม่ใช่ปราสาทที่สวยหรูหรืออลังการ แต่ปราสาทแห่งนี้ก็ยังพอเหลือร่องรอยของความงามอันเลื่องชื่อพอให้เห็นบ้าง


![]() |
![]() |
หากเข้าใกล้ปราสาทมากๆ คุณอาจเห็นริ้วรอยของปราสาทแห่งนี้เข้าโดยบังเอิญ ไหนจะถูกกองทัพฝรั่งเศสโจมตี ไหนจะถูกสายฟ้าฟาดจนเสียโฉม
เคล็ดลับในการชมปราสาทในมุมที่ดูภูมิฐาน จึงต้องเดินข้ามสะพานทอดผ่านแม่น้ำเนคคาร์ไปอีกฝั่งหนึ่งของไฮเดลเบิร์ก แล้วเพ่งมองปราสาทที่มีแม่น้ำเนคคาร์เป็นโฟร์กราวน์อยู่ข้างหน้าหรือไม่ก็ล่องเรือไปตามแม่น้ำรอดูพระอาทิตย์ตก แสงหวานๆ ที่ทาบทาปราสาทและคลุมไปทั่วผืนน้ำ คือฉากอันงดงามที่ทำให้ผู้พบเห็นทุกคนต่างประทับใจ
บ้านหลังเล็กหลังน้อยที่ประดับอยู่ตามตลิ่งและชายน้ำ ทำให้ไฮเดลเบิร์กดูจุ๋มจิ๋มขึ้นทันตา ยังมีหมู่บ้านโบราณริมแม่น้ำเนคคาร์อีกหลายแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ตามหุบเขา หากล่องเรือไปเรื่อยๆ คุณก็จะเจอเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจที่ไฮเดลเบิร์กโปรยไว้



ย่านเมืองเก่าของไฮเดลเบิร์ก เป็นอีกบริเวณที่คุณควรจะยอมเสียเวลาให้อย่างไม่คิดมาก โดยเฉพาะบนถนนสายหลักของเมืองเก่าที่ชื่อ Hauptstrasseเป็นถนนสายคึกคักที่มีแต่ผู้คนออกมารับประทานบรรยากาศกันเกลื่อนถนน
มีทั้งโบสถ์ และอาคารบ้านเรือนอันเก่าแก่ประดับอยู่ตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนน แต่สิ่งที่ผู้คนถามหา คือมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ที่อยู่ในละแวกนี้
ไฮเดลเบิร์กคือเมืองประเภทตุนบุญมาเยอะ ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยรอดจากเงื้อมมือของระเบิดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลองหย่อนก้นลงนั่งริมแม่น้ำเนคคาร์ อนุญาตให้ตัวเองใช้ชีวิตอย่างเรื่อยไหลในไฮเดลเบิร์ก แล้วคุณอาจจะมีวันดีๆ เข้ามาให้จดจำไปตลอดชีวิต

และนี่คือ 3 เมือง น่าเที่ยวของเยอรมนีที่อยากให้ทุกคนออกเดินทางไปทำความรู้จัก
Story & Photo By กาญจนา หงษ์ทอง









