counters
hisoparty

สูดอากาศ สะอาดที่สุดในโลกที่ ‘สวาลบาร์ด’

2 hours ago

          ในช่วง 2-3 ปีมานี่ เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) ดูเหมือนว่าอยู่ในโฟกัสของนักเดินทางมากขึ้น อาจเป็นเพราะหมู่เกาะโลโฟเทน และไอซ์แลนด์เริ่มมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้น สวาลบาร์ดจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น มาทำความรู้จักกับสวาลบาร์ดกัน

เป็นส่วนหนึ่งของนอร์เวย์
          สวาลบาร์ดเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศนอร์เวย์และขั้วโลกเหนือ ที่นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ ดังนั้นการจะเดินทางไปที่นี่ จึงต้องเริ่มตั้งหลักจากออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์เพื่อเดินทางมาที่นี่
          หมู่เกาะสวาลด์บาร์ดเป็นที่ตั้งของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่อยู่เหนือสุดของโลก โดยห่างจากขั้วโลกเหนือเพียง 1,000 กิโลเมตร ว่ากันว่า มนุษย์กลุ่มแรกที่ค้นพบสวาลด์บาร์ด คือพวกไวกิง แต่ก็ไม่ได้บันทึกอะไรไว้ แต่คนที่ค้นพบคนแรกๆ แล้วบันทึกถึงสถานที่นี้เอาไว้คือ นักสำรวจชาวดัตช์ในช่วงศตวรรษที่ 16


          เดิมทีเป็นเกาะที่ไม่มีใครอยู่ เพราะอากาศที่นี่หนาวมากเนื่องจากใกล้ขั้วโลกเหนือ แต่จากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หมู่เกาะสวาลด์บาร์ดก็ตกเป็นสมบติของนอร์เวย์ ภายใต้เงื่อนไขว่าทุกชาติที่อยู่ใน ‘สนธิสัญญาสวาลด์บาร์ด’ จะต้องสามารถเข้ามาพำนักที่นี่ได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือ นานาชาติให้พื้นที่นี้กับนอร์เวย์ปกครอง ภายใต้เงื่อนไขว่าคนทุกชาติคู่สัญญาจะต้องเข้าออกได้อย่างเสรี
          ทุกวันนี้ สวาลบาร์ดถือว่าเป็นเกาะที่เขาอยู่กันแบบโล่งๆ หลวมๆ เพราะมีผู้คนอาศัยไม่ถึง 3 พันคน ส่วนใหญ่เป็นคนนอร์เวย์ ในจำนวนนี้เป็นคนราวๆ พันกว่าคนจากทั่วโลกที่เข้ามาอยู่โดยไม่ต้องมีวีซ่า กลุ่มนี้หลักๆ ก็จะมีคนรัสเซียเข้ามาอยู่กันเยอะ เพราะหนีภัยสงครามเข้ามาทำธุรกิจกันเยอะ นอกจากนี้ก็จะมีคนฟิลิปปินส์และคนไทยเข้ามาทำงานกันเยอะ ทั้งงานแม่บ้าน ทำความสะอาด และงานช่าง

ที่อยู่ของสัตว์ในขั้วโลกเหนือ
          พูดถึงจำนวนประชากร ก็ยังน้อยกว่าประชากรสัตว์นานาชนิดที่อาศัยอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหมีขั้วโลก เพราะสวาลบาร์ดเป็นหนึ่งในเขตแดนและถิ่นที่อยู่ของหมีขั้วโลก ซึ่งมีอยู่ราว 3 พันตัว จากประชากรหมีขั้วโลกทั้งหมด  3 หมื่นตัวที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที
          นอกจากนี้ สวาลบาร์ดยังถือว่าเป็นหนึ่งในอาณานิคมของนกขั้วโลกที่ใหญ่โตแห่งหนึ่งที่สุดในซีกโลกเหนือหนึ่งในสายพันธุ์นกที่นักท่องเที่ยวต้องการมาสัมผัสด้วยสายตาของตนเองคือ นกพัฟฟิน นอกจากนกพัฟฟินแล้ว ยังมีนกสายพันธุ์อื่นๆ อีกเยอะมาก กวางเรนเดียร์ ปลาวาฬสายพันธุ์ต่างๆ วอลรัส และจิ้งจอกอาร์กติก
         ที่นี่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งอันอุดมสมบูรณ์เกือบ 200 แห่ง ที่พูดถึงนี่คือธารน้ำแข็งผืนใหญ่ๆ เพราะยังมีธารน้ำแข็งย่อยๆ อีกเกือบ 2 พันจุด แต่ใครไปสวาลบาร์ดหลังจากนี้อาจจะพบว่าธารน้ำแข็งเหล่านี้จะค่อยๆ ละลายและลดหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน
          นอกจากธารน้ำแข็งแล้ว สวาลบาร์ดยังเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยฟยอร์ดอันงดงามเกือบ 50 ฟยอร์ด จุดเด่นของฟยอร์ดคือเป็นส่วนทะเลปิด ซึ่งน้ำนิ่ง ใสสะอาดราวกับกระจกเงา หากใครได้เดินทางไปท่องเที่ยวในวันที่ดินฟ้าอากาศเป็นใจ ก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติรอบๆ ฟยอร์ดที่งดงาม


          หากอยากรู้จักเรื่องราวของเกาะนี้ ขอให้ไปที่พิพิธภัณฑ์สวาลบาร์ด (Svalbard Museum) ที่อยู่กลางเมือง ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่เหนือสุดของโลก ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่เกาะสวาลบาร์ด วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ และจำลองสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะสวาลบาร์ด และเขตขั้วโลกเหนือ
          นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ North Pole Expedition ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติการเป็นมาของการแข่งขันกันพิชิตขั้วโลกเหนือ ตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 19  โดยมีนักสำรวจหลายรายที่กล่าวอ้างว่าได้พิชิตขั้วโลกเหนือเป็นคนแรก แต่สำหรับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตขั้วโลกเหนือเป็นคนแรก คือ Roald Amundsen ชาวนอร์เวย์ ได้พิชิตขั้วโลกเหนือในปี 1926 
          อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือโบสถ์สวาลบาร์ด (Svalbard Church) โบสถ์ไม้แห่งเดียว
ในหมู่เกาะสวาลบาร์ดที่อาจจะดูเล็กๆ แต่ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง และหากมีเวลาเหลือเฟือไปเดินชมบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายเป็นแถวอยู่ใจกลางเมือง
          นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์นิรภัยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลก (Svalbard Global Seed Vault) หรือแหล่งสำรองอาหารวันสิ้นโลก (Doomsday Vault) สถานที่เก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์จำนวน 1.2 ล้านชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ที่อาจสูญพันธุ์อย่างถาวรจากเหตุการณ์สงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาด วิกฤติสภาพภูมิอากาศ สายพันธุ์ที่รุกรานและแมลงศัตรูพืช

เที่ยว ’ลองเยียร์เบียน’ เมืองหลวง
          ก่อนจะออกไปสำรวจมุมต่างๆ ของสวาลบาร์ด คือทำความรู้จักกับเมืองหลวงอย่างลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) กันก่อน อาจจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ มีทั้งถนนสายช็อปปิง ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของที่ระลึก และ ที่พักสำหรับนักเดินทาง

ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง
          หนึ่งในกิจกรรมของผู้มาเยือนสวาลบาร์ด คือการล่องเรือชมธารน้ำแข็ง และเมืองร้างพีรามิเดน (Pyramiden) ซึ่งระหว่างทางของการล่องเรือก็จะผ่านฟยอร์ดต่างๆ วิวทิวทัศน์งดงามมาก ไม่ต้องห่วงว่าจะหนาว เพราะในเรือมีที่นั่งที่ค่อนข้างอุ่น และมีอาหารเสิร์ฟด้วย
          ไฮไลท์ของการล่องเรือคือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 25 กิโลเมตร รายล้อมด้วยภูเขาน้ำแข็งขนาดต่างๆ อยู่ริมชายฝั่งฟยอร์ด นอกจากนี้ยังมีเมืองร้างพีรามิเดน ที่ในอดีตเป็นเมืองอุตสาหกรรมถ่านหินเก่า ถูกสร้างโดยประเทศสวีเดนในปี 1910 และขายต่อให้แก่รัสเซียในปี 1927 ซึ่งภายหลังในปี 1998 รัสเซียมีการประกาศว่าเมืองนี้ไม่มีความจำเป็น และอุตสาหกรรมถ่านหินก็ไม่มีผลผลิตตามที่รัฐบาลรัสเซียได้ตั้งเป้าหมายไว้ เมืองนี้จึงถูกปิดตัวลงและผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้จึงต้องถูกอพยพออกไปจากเมืองอย่างฉับพลัน

          นี่คือหมู่เกาะสวาลบาร์ด อาจจะเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างไกล แต่บอกเลยว่า ใครที่มองหาสถานที่ที่ธรรมชาติผุดผ่อง และที่ที่ถูกยกย่องว่า ’อากาศสะอาดที่สุดในโลก’ จนสูดหายใจได้อย่างเต็มปอด โปรดเดินทางไปสำรวจหมู่เกาะสวาลบาร์ด 

Author By : กาญจนา หงษ์ทอง

SHARE