
Quattro Design (ควอทโทร ดีไซน์) ตอกย้ำบทบาทของงานออกแบบไทยบนเวทีนานาชาติ ด้วยการร่วมถ่ายทอดความงดงามของ ‘ผ้าไทย’ ผ่านโครงการ ‘Thailand Gallery’ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา


ภายใต้การดูแลของ ‘คุณเหมี่ยว–พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ’ ดีไซน์ไดเรคเตอร์และผู้ก่อตั้ง Quattro Design แบรนด์ได้ร่วมทำหน้าที่เป็น Design Curator คัดสรรและถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยจากชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโครงการ ‘ดอนกอยโมเดล’ สู่บริบทของงานออกแบบร่วมสมัยระดับสากล


ผลงานถูกนำมาต่อยอดร่วมกับเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ Eichholtz สร้างสรรค์เป็นงาน ‘Sculptural Furniture Design’ ที่สะท้อนการตีความผ้าไทยในฐานะวัสดุเชิงออกแบบ (Design Material) อย่างมีมิติ ทั้งในด้านสุนทรียภาพและการใช้งาน



โครงการ ‘Thailand Gallery’ เกิดขึ้นจากความริเริ่มของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก เพื่อพัฒนา ‘พื้นที่จัดแสดงต้นแบบ’ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านแนวคิด ‘ความทันสมัย ความยั่งยืน และภูมิปัญญาอันสร้างสรรค์’ โดยนำเสนอทั้งงานศิลปหัตถกรรม งานออกแบบ และนวัตกรรมไทยในรูปแบบที่ผสานระหว่าง Physical และ Digital Experience


ภายในพื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ห้องหลัก ได้แก่ ‘Rose Room’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีประจำวันพระราชสมภพและโทนสีของพระบรมมหาราชวัง ถ่ายทอดผ่านผ้าทอดอนกอยในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ‘Queen’s Room’ ที่จัดแสดงเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านการผสานโทนสีฟ้าและสีเหลืองอย่างสง่างาม และ ‘Gallery’ พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและหัตถศิลป์จากช่างฝีมือไทย พร้อมระบบ digital display เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมในรูปแบบร่วมสมัย


Quattro Design ยังมีบทบาทสำคัญในด้านการจัดวาง (Spatial Curation) และการเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของผ้าไทยในมิติใหม่ ที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมระดับนานาชาติได้อย่างมีพลัง นอกจากการจัดแสดง ณ กรุงเฮก ผลงานจากโครงการยังถูกนำไปต่อยอดในรูปแบบ Window Display ณ De Bijenkorf Flagship Store ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม เพื่อขยายการรับรู้ของงานออกแบบไทยสู่พื้นที่สาธารณะระดับโลก เชื่อมโยงวัฒนธรรมและผู้คนผ่านภาษาของดีไซน์ร่วมสมัย


‘คุณพราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ’ กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “การทำงานร่วมกับชุมชนดอนกอยและแบรนด์ระดับสากล คือการพิสูจน์ว่าผ้าไทยมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด เมื่อถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านมุมมองด้าน Spatial Curation และ Storytelling ที่ทันสมัย ความร่วมมือทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของภาคการทูต ภาคเอกชน และภาคการออกแบบ ในการร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้สามารถเข้าถึงผู้ชมในระดับสากล ผ่านการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยและพื้นที่จัดแสดงเชิงประสบการณ์”
การนำเสนอในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการจัดแสดงผลงาน แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดัน ‘ผ้าไทย’ ให้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม พร้อมเปิดโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัยในอนาคต





















