counters
hisoparty

From Brand Builder to Brand Curator ก้าวใหม่ของคุณมิ้ง – ลักษิกา กรรณสูตร กับ FairLiar Thailand

19 hours ago

          จากเจ้าของแบรนด์กระเป๋าสัญชาติไทยอย่าง HOUSE OF LITTLEBUNNY ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจเล็กๆ และค่อยๆ เติบโตสู่การเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ วันนี้คุณมิ้ง – ลักษิกา กรรณสูตร กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้นำเข้าแบรนด์เสื้อผ้ากอล์ฟจากเกาหลีใต้อย่าง FairLiar (แฟร์ไลเออร์) ด้วยมุมมองของผู้หญิงที่หลงใหลทั้งในแฟชั่น กีฬา และการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์

          สำหรับคุณมิ้ง จุดเริ่มต้นของ FairLiar Thailand ไม่ได้เกิดขึ้นจากแผนธุรกิจที่วางไว้ล่วงหน้า แต่เริ่มต้นจาก ‘ความชอบส่วนตัว’ ของคนที่เติบโตมากับกีฬากอล์ฟ “ตอนเด็กๆ มิ้งตีกอล์ฟ แล้วก็เคยเป็นนักกีฬาด้วยค่ะ มีช่วงหนึ่งที่คิดจะเทิร์นโปรจริงจังเลย แต่หลังจากนั้นก็หยุดไป เพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยพอช่วงหลังโควิดได้กลับมาเล่นอีกครั้ง ก็รู้สึกว่า อยากหาชุดกอล์ฟที่สวยๆ หวานๆ ใส่ แต่ตอนนั้นยังหาชุดที่ตอบโจทย์ยากมาก”

          เธอเริ่มรู้จัก FairLiar ผ่าน Instagram ก่อนจะมีโอกาสพบกับ Jeena Yoon ผู้ก่อตั้งและ CEO ของแบรนด์ที่ประเทศเกาหลีใต้ และพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการนำแบรนด์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยพื้นฐานทั้งในด้านกีฬาและแฟชั่น ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจให้เป็น Authorized Distributor ของ FairLiar Thailand อย่างเป็นทางการ

          “จริงๆ จุดเริ่มต้นง่ายมากเลยค่ะ คือชอบ และอยากใส่เอง และเห็นว่า ผู้หญิงไทยจำนวนมาก มี Pain Point เหมือนกัน คืออยากได้ชุดกอล์ฟที่มีทั้ง Fashion, Function และความเป็น Feminine ในเวลาเดียวกัน ซึ่งแบรนด์นี้มีครบตอบโจทย์มาก”

          ในมุมมองของคุณมิ้ง FairLiar แตกต่างจากแบรนด์กอล์ฟทั่วไป เพราะเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นผู้หญิงอย่างแท้จริง ตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ ไปจนถึงการออกแบบโดยรวม “แบรนด์นี้มีความ Feminine สูงมากค่ะ อย่างดีเทลโบว์ที่หมวก ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงตีกอล์ฟเข้าใจกันดี เพราะสมัยก่อนมิ้งต้องหาโบว์มาติดเอง แต่ FairLiar เขาคิดมาแล้ว ทุกอย่างมีทั้งความน่ารักและฟังก์ชันในเวลาเดียวกัน”

          เธอมองว่าโลกของกีฬาในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องลดทอนความอ่อนหวานเพื่อพิสูจน์ความแข็งแรงอีกต่อไป “สมัยก่อนภาพจำของกีฬาอาจจะต้องดู Strong หรือ Masculine แต่วันนี้ผู้หญิงสามารถเป็นผู้หญิงที่ Feminine และยังรักกีฬาได้เหมือนกัน”

          นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว FairLiar ยังตอบโจทย์ในเรื่อง Functionality โดยเฉพาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย “ผ้าของ FairLiar จะมีความบาง เย็น ยืดหยุ่น และแห้งเร็ว เวลาไปเดินในสนามจริงๆ มันช่วยเรื่อง Comfort มาก เพราะถ้าร้อนหรือเหนียวตัว มันจะไม่สบายทั้งกายและใจ”

          อีกหนึ่งจุดที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่าง คือเสื้อผ้าหลายชิ้นสามารถนำมา Mix & Match กับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว “ลูกค้าหลายคนเป็นผู้บริหารค่ะ บางทีตอนเช้าไปตีกอล์ฟเสร็จแล้วใส่ Blazer ทับ เดินเข้าประชุมต่อได้เลย หลายๆ ชิ้นสามารถ Match เป็น Smart Casual เนื้อผ้าใส่สบาย ผู้บริหารใส่ทำงานได้ทุกวัน มิ้งรู้สึกว่าคนยุคนี้ต้องการเสื้อผ้าที่ตอบโจทย์หลายอย่างในเวลาเดียวกัน”

          แม้จะประสบความสำเร็จกับ HOUSE OF LITTLEBUNNY แบรนด์ที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอยังคงอยากต่อยอดธุรกิจไปสู่สิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ อย่าง ‘กอล์ฟ’ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ FairLiar Thailand โปรเจกต์ที่เธอนิยามว่าเป็น Passion Project ของตัวเอง “มัน Challenge คนละแบบเลยค่ะ เพราะโปรเจกต์นี้เราต้องทำงานร่วมกับ Global Partner แต่สุดท้ายมิ้งมองว่าโปรเจกต์นี้เป็น Passion Project มากกว่า เพราะมันเกิดจากสิ่งที่เราชอบจริงๆ ทั้งแฟชั่น กีฬา และไลฟ์สไตล์ เป็นสิ่งที่ทำแล้วสนุก แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไปด้วย”

          นอกเหนือจากเรื่องธุรกิจ สิ่งที่คุณมิ้งอยากสร้างผ่าน FairLiar Thailand คือ ‘Community’ ของผู้หญิงที่รักกีฬา รักการดูแลตัวเอง และ Enjoy การใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง “ที่เกาหลีเขามี Community ของผู้หญิงตีกอล์ฟที่แข็งแรงมาก มิ้งเองโตมากับกีฬานี้ แต่สมัยก่อนผู้หญิงที่ตีกอล์ฟยังมีไม่เยอะ เลยอยากให้ FairLiar เป็นพื้นที่ที่รวมคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน ทั้งกีฬา การออกกำลังกาย และที่สำคัญคือ Enjoy การใช้ชีวิต รวมถึงการแต่งตัวสวยๆ ไปเล่นกีฬา หรือใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองมั่นใจ”

          เมื่อพูดถึงผู้หญิงยุคใหม่ คุณมิ้งมีมุมมองที่ชัดเจนในแบบของตัวเอง “ผู้หญิงสมัยนี้เป็นช้างที่เดินได้ด้วยตัวเอง เราสามารถเป็นเท้าทั้งสี่ให้ตัวเองได้”

          สำหรับเธอ ผู้หญิงในวันนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเติมเต็มชีวิต หรือกำหนดทิศทางให้เหมือนในอดีต แต่สามารถเลือกเส้นทางและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง “มิ้งอยาก Encourage ให้ผู้หญิงทุกคนเลือกชีวิตให้ตัวเอง ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง แล้วก็ทำในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ”

          เช่นเดียวกับนิยามของ ‘ความสำเร็จ’ ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา “เมื่อก่อนมิ้งมองความสำเร็จผ่านตัวเลขมาตลอด ว่าไปถึงเป้าหมายหรือยัง แต่วันนี้ความสำเร็จคือการที่สิ่งที่เราทำมันเติมเต็มใจเราหรือเปล่า”

          เธอยิ้มเมื่อเล่าถึงความรู้สึกเวลาเห็นลูกค้าต่างชาติเดินทางมาประเทศไทย เพื่อซื้อสินค้าของแบรนด์ตัวเอง “มันใจฟูนะคะ เหมือนเวลาเราไปต่างประเทศแล้วมีของบางอย่างที่รู้สึกว่าต้องซื้อกลับบ้าน สำหรับมิ้ง การที่แบรนด์ของเราเป็นหนึ่งในสิ่งนั้นสำหรับใครบางคน มันมีความหมายมากจริงๆ”

          “นี่แหละค่ะ คือความสำเร็จในแบบของมิ้งวันนี้”

Photo By : Prayuth
Author By : Arunlak Tanomsin

SHARE