counters
hisoparty

‘DRIVEN BY CHARACTER’ คุณปก – สุทธกิตติ์ และคุณป้อง – สิทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ สองตัวตนบนความชอบที่ ‘เหมือนกัน’

4 days ago

          คำว่า “เหมือนกันครับ” เกิดขึ้นหลายครั้งตลอดบทสนทนากับ คุณปก – สุทธกิตติ์ และ คุณป้อง – สิทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ บางครั้งแทบไม่ต้องรอให้คำถามจบ เมื่อคนหนึ่งพูดถึงสิ่งที่ชอบ อีกคนก็ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำงานอยู่ภายใต้เซ็นทรัลพัฒนาเหมือนกัน และที่ชัดเจนที่สุดคือความหลงใหลในเรื่องรถยนต์ที่มีมาตั้งแต่วัยเด็ก แม้เมื่อมองให้ลึกลงไปจะพบรายละเอียดเล็กๆ ที่แตกต่างกัน ทั้งบุคลิก วิธีเลือกซื้อรถ หรือเส้นทางการทำงาน แต่สิ่งที่เหมือนกันดูจะมีมากกว่าความต่างเสมอ และนี่เองคือเสน่ห์ของบทสนทนาครั้งนี้ ซึ่งพาเราไปรู้จักสองพี่น้องผ่านเรื่องงาน ชีวิต ความผูกพัน และความสุขหลังพวงมาลัย ก่อนจะมาถึง Ferrari Amalfi ที่กลายเป็นอีกหนึ่งรถที่ทั้งคู่ต่างพูดถึงด้วยความสนใจ

สองเส้นทางการทำงานที่เดินไปพร้อมกัน
          ปัจจุบันทั้งคู่ทำงานอยู่ภายใต้เซ็นทรัลพัฒนา แต่รับผิดชอบกันคนละส่วน คุณปกดูแลงานด้าน Business Development ในธุรกิจโรงแรม ส่วนคุณป้องทำงานด้าน Marketing
          คุณปก: “ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ CPN ครับ ดูแลเรื่องเกี่ยวกับโรงแรม อยู่ใน Business Development ของโรงแรม งานของผมก็จะได้เดินทางไปดูงานต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะ ล่าสุดเพิ่งไปเชียงรายมา ก็รู้สึกว่าสนุกดีครับ”
          เส้นทางของคุณปกในวันนี้ไม่ใช่ภาพที่เขาวางไว้ตั้งแต่แรก เพราะความตั้งใจในวัยเด็กเคยมุ่งไปอีกทาง
          คุณปก: “ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมาทางนี้ครับ เพราะตอนเด็กผมอยากเป็นนักการทูต เลยเรียนเกี่ยวกับรัฐศาสตร์ แต่พอเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจก็เปลี่ยนเลย รู้สึกว่าสนใจเรื่องการบริหารมากกว่า ก็เลยชอบมาทางนี้ครับ”
          ขณะที่คุณป้องมาทางสายเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจตั้งแต่ต้น ปัจจุบันรับผิดชอบงาน Marketing ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โปรโมชั่นในศูนย์การค้าเซ็นทรัล
          คุณป้อง: “งานผมได้คุยกับคนเยอะ ได้เจอลูกค้าหลากหลาย ก็รู้สึกท้าทายดีครับ งานจะเป็นเรื่องดูแลพื้นที่โปรโมชั่นในศูนย์การค้า แล้วก็ต้องหาไอเดีย ทำงานกับลูกค้า มีอะไรให้เรียนรู้เยอะ ทำไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกเบื่อครับ”

ต่างกันนิดหน่อย แต่ ‘เหมือนกัน’ มากกว่า
          เมื่อถามถึงนิสัยของแต่ละคน ความแตกต่างดูจะอยู่ที่บุคลิกเสียมากกว่า คุณปกนิ่งและพูดน้อยกว่า ส่วนคุณป้องขี้เล่นและพูดเก่งกว่า ความสนใจบางอย่างก็แยกกันชัดเจนอยู่บ้าง
          คุณป้อง: “ถ้าเป็นเรื่องบุคลิก ปกเขาจะนิ่ง ๆ หน่อยครับ ส่วนผมจะขี้เล่นกว่า ถ้าไม่นับเรื่องรถ ผมก็ชอบถ่ายภาพ ชอบเตะฟุตบอล”
          คุณปก: “ผมจะเป็นอีกแนวครับ ชอบดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ชอบอยู่บ้านส่วนกิจกรรมก็ชอบว่ายน้ำ เดินป่า ชอบแนวลุยๆ หน่อย”
          ถึงจะเริ่มต้นด้วยการไล่หาความแตกต่าง แต่สุดท้ายบทสนทนาก็วนกลับมาที่สิ่งเดิม เพราะเมื่อถามว่าจริงๆ แล้วเหมือนหรือต่างกันมากกว่ากัน ทั้งคู่กลับมองว่า “เหมือนกันมากกว่าครับ” ด้วยความที่เติบโตและใช้ชีวิตมาด้วยกัน ความชอบหลายอย่างจึงไปในทางเดียวกันโดยไม่ต้องพยายาม
          และสำหรับข้อดีของการมีพี่น้องฝาแฝด คำตอบก็เรียบง่ายอย่างที่ฟังแล้วเห็นภาพ
          
คุณป้อง: “เหมือนเรามีเพื่อนเล่นตลอดเวลาครับ แล้วก็โชคดีด้วยที่เราชอบอะไรเหมือนกัน”
          โดยเฉพาะเรื่องรถ ความเหมือนกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะแทนที่จะต้องสนุกกับสิ่งที่รักเพียงลำพัง กลับมีอีกคนพร้อมไปด้วยกันเสมอ
         
 คุณปก: “ผมว่าพอเราชอบรถเหมือนกัน ก็มีคนช่วยกันครับอย่างอยากซื้อรถก็ช่วยกันเก็บเงิน ช่วยกันคิด”
          คุณป้อง: “คนอื่นเขาอาจลุยคนเดียว แต่อันนี้เราลุยคู่ครับ ก็ช่วยกัน มีพลังมากกว่า” 

คนที่รู้จักเรามาตั้งแต่เด็ก
          ความสนิทของทั้งสองไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเพื่อนทำกิจกรรมด้วยกัน แต่ยังหมายถึงการมีคนที่สามารถปรึกษาได้ในเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคุณปกที่บอกว่าคุณป้องมีส่วนกับการตัดสินใจเรื่องงานของเขาด้วย
          คุณปก: “ป้องเป็นคนให้กำลังใจเก่งครับ คอยสนับสนุนตลอด เป็นที่ปรึกษาที่ดี เวลามีเรื่องเครียดๆ ก็ปรึกษากัน แล้วผมค่อนข้างเชื่อคำแนะนำเขา เพราะเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รู้จักกันดีครับ”
          คุณป้อง: “เหมือนกันครับ อีกอย่างปกเขาเป็นคนหนักแน่นครับให้คำปรึกษาอะไรก็รู้สึกว่าเคลียร์ เชื่อถือได้”
          ตอนที่คุณปกกำลังคิดเรื่องย้ายมาทำธุรกิจโรงแรม คุณป้องก็เป็นหนึ่งในคนที่แนะนำให้ลอง
          คุณปก: “เรื่องงานป้องเขาแนะนำดีครับ ตอนแรกผมอยู่ออฟฟิศแล้วตอนที่กำลังจะย้ายมาทำโฮเทล ป้องก็เป็นคนบอกว่าลองย้ายมาดูดีกว่า”
          ส่วนเรื่องที่ปรึกษากันบ่อยไม่แพ้เรื่องงาน แน่นอนว่าคือ ‘รถ’
          คุณป้อง: “เรื่องรถคุยกันเยอะครับ บางทีก็แค่คุยกันว่า คันนี้สวยไหม ชอบไหม หรือถ้าจะซื้อก็จะมานั่งคุยกัน”
          วัยเด็กของทั้งคู่เองก็ไม่ได้ราบรื่นเสียจนไม่มีเรื่องทะเลาะกัน
          คุณป้อง: “ตอนเด็กๆ ทะเลาะกันบ่อยครับ ส่วนใหญ่ก็แย่งของเล่น เพราะบางทีคนซื้อให้คนละชิ้น คนละสี แต่เราดันชอบแบบเดียวกัน ก็จะแย่งกัน”
          แต่เมื่อโตขึ้นกลับยิ่งสนิท มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน และแทบไม่เคยต้องอยู่ห่างกันนาน ช่วงที่ต้องแยกกันไปซัมเมอร์ราวหนึ่งถึงสองเดือน กลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดสำหรับสองคนนี้

ความรักในรถที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก
          หากย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นของความชอบเรื่องรถ ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าส่วนสำคัญมาจากคุณพ่อ (คุณเอ็กซ์ – ธีรเดช จิราธิวัฒน์) ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้บริหารในวันนี้แล้ว อดีตก็เคยเป็นนักแข่งรถ
          คุณปก: “น่าจะเป็นเพราะคุณพ่อด้วยครับ เพราะคุณพ่อเป็นนักแข่งรถ ก็เปิดรถแข่งให้ดูตั้งแต่เด็ก”
          คุณป้อง: “แล้วเกมที่เล่นก็เป็นเกมรถแข่งครับ มันทำให้เรารู้จักรถเยอะมาก เห็นรถในเกมแล้วก็รู้สึกว่าสวย ถ้ามีของจริงก็คงดี พอวันหนึ่งได้มีจริงๆ มันก็ตื่นเต้นครับ”
          ในวัยเด็กทั้งคู่เคยสัมผัสการขับโกคาร์ทในสนามตั้งแต่อายุราว 6–8 ปี แต่ไม่ได้เดินไปสู่เส้นทางนักแข่งเต็มตัวเหมือนคุณพ่อ เพราะคุณแม่ (คุณน้ำผึ้ง – ม.ล.ณฐภา กิติยากร) เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
          คุณปก: “คุณแม่หวงครับ กลัวอันตราย 
          คุณป้อง: คุณแม่กลัวมีอุบัติเหตุ ก็เลยไม่อยากให้ไปแข่งจริงจัง”

เสน่ห์ของรถเก่า คือการได้ ‘ขับ’ จริงๆ
          เมื่อโตขึ้น ความสนใจของทั้งคู่ขยับมาที่รถเก่าซึ่งมีเสน่ห์บางอย่างที่รถยุคใหม่ให้ความรู้สึกต่างออกไป
          คุณป้อง: “ผมชอบรถ JDM ครับ แต่ก็มีรถยุโรปบางรุ่นที่ชอบเหมือนกัน สำหรับรถเก่าผมรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ แล้วมันดิบดี เวลาเราขับเหมือนเราควบคุมรถเองจริงๆ ก็เลยรู้สึก Enjoy มากกว่ารถใหม่ๆ”
          ทันทีที่จบคำตอบของคุณป้อง ก็ตามมาด้วยประโยคที่ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ตลอดการสัมภาษณ์
          คุณปก: “เหมือนกันเลยครับ”
          ความ ‘ดิบ’ ที่ทั้งคู่พูดถึงคือรถที่ไม่ได้มีระบบช่วยเหลือเข้ามามากนัก ทำให้คนหลังพวงมาลัยต้องมีส่วนกับการควบคุมรถมากขึ้น และสำหรับสองคนนี้ นั่นคือหนึ่งในความสนุกของการขับรถ วันว่างของทั้งคู่จึงไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมพิเศษ บางวันเป็นเพียงการชวนกันออกไปขับรถเล่น
          คุณปก: “เหมือนกันเลยครับ วันว่างก็ชอบขับรถเล่น ขับไปเรื่อยๆ สบายๆ ในกรุงเทพฯ ก็มีครับ บางทีก็ไปพุทธมณฑล ไปนครปฐม”
          คุณป้อง: “บางทีก็ไปด้วยกันคันเดียว บางทีก็คนละคัน แล้วไปถ่ายรูปครับ ส่วนใหญ่ก็อยู่กันสองคน ถ้าเพื่อนว่างก็มาขับด้วยกัน”
          สำหรับพวกเขา ความสุขจึงไม่จำเป็นต้องมาจากความเร็ว
          คุณปก: “มันมีความสุขเวลาได้ขับครับ โดยเฉพาะรถเก่า มันรู้สึกสนุก”
          และรถที่มีอยู่ก็ไม่ได้แบ่งกันแบบชัดเจนว่า ‘ของใครของมัน’
          คุณป้อง: “แชร์กันครับ สลับกันขับ คันไหนไม่ได้ขับนานก็เปลี่ยนกันบ้าง”

คนหนึ่งเลือกสมรรถนะ อีกคนเลือกความสวย
          แม้เรื่องรถจะเป็นหนึ่งในความชอบที่ชัดเจนที่สุดว่า ‘เหมือนกัน’แต่เมื่อถามว่า หากต้องเลือกรถสักคันจะมองอะไรเป็นอันดับแรกกลับเห็นความแตกต่างของทั้งสองขึ้นมาเล็กน้อย
          คุณป้อง: “ผมมองสมรรถนะก่อนครับ แล้วค่อยรูปลักษณ์ส่วนความสะดวกสบายไว้หลังสุด”
          คุณปก: “ของผมมองรูปลักษณ์ก่อนครับ เพราะว่ามันต้องสวยก่อน เราถึงจะชอบ แล้วค่อยมองสมรรถนะ ถ้าสวยแล้วสมรรถนะดีก็ตรงสเปคเลยครับ”
          แต่พอเจอรถที่สนใจจริงๆ ขั้นตอนหลังจากนั้นกลับมาเหมือนกันอีก เพราะทั้งคู่จะกลับมานั่งคุยกันสองคน
          คุณป้อง: “ถ้าไปเจอรถแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย คันนี้สวยดี ก็จะกลับมานั่งคุยกันต่อที่บ้านว่า สวยจริงไหม เป็นยังไง แล้วก็ค่อย ๆ หากันครับ”

จากรถในเกม สู่รถคันแรกที่ยังเก็บไว้
          ความทรงจำจากเกมรถแข่งไม่ได้จบลงแค่ในวัยเด็ก เพราะรถคันแรกของหนึ่งในสองพี่น้องคือ Subaru ที่เชื่อมโยงกับภาพรถแรลลีที่เคยเห็นผ่านเกม
          คุณปก: “รถคันแรกของผมเป็น Subaru ครับ มาจากเกมแข่งรถเหมือนกัน พอเราเคยเห็นในเกม แล้ววันหนึ่งมันจับต้องได้จริงๆ ก็รู้สึกฟินครับ”
          ส่วนอีกคันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะต้องใช้เวลาคุยกับเจ้าของเดิมอยู่เกือบปี
          คุณป้อง: “ตอนนั้นผมเล็งไว้อีกคัน แต่เจ้าของเขาหวง ก็ต้องจีบครับ จีบเจ้าของให้เขาขายอยู่ประมาณปีหนึ่ง”
          และจนถึงวันนี้ รถคันแรกของทั้งคู่ก็ยังอยู่กับพวกเขา
          
คุณปก: “ยังอยู่ครับ ก็ดีใจ เพราะเป็นรถคันแรก”

Ferrari จากภาพจำในวัยเด็ก สู่ FerrariAmalfi วันนี้
          Ferrari เองก็อยู่ในความทรงจำเรื่องรถของทั้งคู่มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ
          คุณปก: “ผมว่า Ferrari น่าจะเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่รู้จักในชีวิตเลยครับ เพราะตอนเด็กเล่นเกมก็เจอ Ferrari ตั้งแต่เริ่มรู้จักรถ และก็อยากขับ Ferrari รุ่นที่ชอบตอนนั้นน่าจะเป็น F40”
          คุณป้อง: “เมื่อก่อนผมดู Formula 1 กับคุณพ่อครับ ดู Schumacher ตั้งแต่เด็ก ก็ซึมซับตรงนั้นมาเหมือนกัน”
          ขณะที่รถ Ferrari ในยุคก่อนอย่าง F40 และ F50 ก็เป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำของทั้งสองมาตั้งแต่ช่วงนั้น
          เมื่อได้สัมผัส Ferrari Amalfi อย่างใกล้ชิดในแฟชั่นเซตครั้งนี้ สิ่งที่คุณป้องสนใจคือการผสมความเป็นรถสมรรถนะสูงกับการใช้งานจริง
          คุณป้อง: “ผมชอบรุ่นนี้ครับ เพราะเป็น Grand Touring แล้วเป็น Ferrari ที่รู้สึกว่าใช้ได้ทุกวัน ขึ้นลงง่าย สะดวกสบาย ระบบ Infotainment ก็ใช้ง่าย แล้วก็ยังแรง ถ้าขับทางไกลก็น่าจะ Enjoy ครับ”
          ส่วนคุณปกมองไปที่ดีไซน์และลักษณะของตัวรถ
          คุณปก: “ผมชอบรูปทรงครับ ดูเป็นสปอร์ตคาร์ที่สวย แล้วก็ชอบที่เป็นเครื่องวางหน้า รู้สึกว่ามันพิเศษดีครับ”
          Ferrari Amalfi เป็นสปอร์ตคูเป้ 2+ ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo วางหน้ากึ่งกลาง กำลังสูงสุด 640 แรงม้า จับคู่เกียร์ F1 DCT 8 จังหวะ และถูกพัฒนาขึ้นในฐานะ Grand Tourer ที่รวมสมรรถนะเข้ากับความสะดวกในการใช้งานจริง

แล้วสีไหน? “ขาวครับ”... เหมือนกันอีกแล้ว
          อีกหนึ่งคำถามที่ดูเหมือนจะเปิดพื้นที่ให้ทั้งคู่เลือกกันคนละทาง คือ Ferrari Amalfi สีแดงและสีขาวที่นำมาถ่ายแฟชั่นเซตครั้งนี้ แต่คำตอบกลับมาแทบจะพร้อมกัน
          คุณปก – คุณป้อง: “ขาวครับ”
          คุณปก: “ผมชอบสีพื้นๆ ครับ สีขาว สีบรอนซ์ ประมาณนี้”
          คุณป้อง: “เหมือนกันครับ ถึงภาพจำของ Ferrari จะเป็นสีแดงแต่ผมว่าสีขาวดูไม่เหมือนใครดี”
          อีกหนึ่งคำถามจึงกลับมาจบที่คำเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ - “เหมือนกันครับ”

Road Trip ที่ยังเลือกเส้นทางเดียวกัน
          ถ้ามีโอกาสพา Ferrari Amalfi ออกเดินทางจริง จุดหมายของคุณปกคือภาคเหนือ
          คุณปก: “ผมไปภาคเหนือครับ แถวเชียงราย เชียงใหม่ หรือน่านชอบถนนที่มีโค้งเยอะๆ บนเขา น่าจะสนุก แล้ววิวสวย อากาศดีด้วยครับ”
          ส่วนคนข้างๆ ก็ไม่ทำให้ธีมของบทสนทนาครั้งนี้ผิดไปจากเดิม
          คุณป้อง: “เหมือนกันครับ ผมก็ชอบขับรถขึ้นเหนือ อากาศดี ถ้าเป็นการขับรถจะเลือกภูเขาครับ แต่ถ้าไปพักผ่อนก็ชอบทะเลเหมือนกัน มันคนละมู้ด”

คำสั้นๆ ที่ใช้เตือนตัวเอง
          แม้จะมีหลายอย่างที่คิดคล้ายกัน แต่เมื่อถามถึงคำหรือแนวคิดที่แต่ละคนยึดไว้กับตัว คำตอบกลับสะท้อนวิธีคิดเฉพาะของแต่ละคนได้ชัดเจน
          คุณป้อง: “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ สำหรับผมก็คือเราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องหวังพึ่งคนอื่น สุดท้ายไม่ว่าจะเกิดอะไร ถ้าเจอปัญหา ตัวเราเองนี่แหละที่จะต้องพาตัวเองออกมาจากตรงนั้น”
          คุณปก: “อยู่กับปัจจุบันครับ”
          สองประโยคที่ต่างกัน แต่ต่างก็เป็นแนวคิดเรียบง่ายที่สัมพันธ์กับวิธีใช้ชีวิตของพวกเขาในวันนี้

ความสุขที่ไม่ต้องซับซ้อน
          เมื่อมองไปข้างหน้า คุณปกมีเป้าหมายเรื่องงานที่ค่อนข้างชัด
          คุณปก: “ทางผมก็อยากเป็น GM ดูแลโรงแรมครับ”
          ขณะที่คุณป้องยังอยากเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ลองสิ่งใหม่ๆ ก่อนกำหนดปลายทางตายตัว
          
คุณป้อง: “ถ้าเป็นเรื่องงานก็อยากเรียนรู้เพิ่มครับ อาจจะลองเปลี่ยนแผนก ลองทำอะไรใหม่ๆ จนเจอสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ส่วนเรื่องครอบครัวก็อยากมีความสุข อยู่กันแบบง่ายๆ ครับ”
          แต่เมื่อถามถึง ‘ความสุข ณ วันนี้’ ภาพของสองคนกลับใกล้กันมากกว่าที่เคย
          
คุณป้อง: “ความสุขก็คือได้อยู่กับปก ได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ได้ขับรถ ไปต่างจังหวัด ขับรถที่ตัวเองรัก แล้วก็อยู่กับน้องหมาครับ”
          น้องหมาที่พูดถึงคือ Totoro สุนัขพันธุ์ชิวาวาที่ทั้งคู่เลี้ยงด้วยกัน และจากตอนแรกที่ไม่ได้คิดว่าจะชอบสุนัขพันธุ์นี้มากนัก ก็กลายเป็นหลงรักในที่สุด
          คุณปก: “ของผมก็เหมือนกันเลยครับ มีความสุขกับครอบครัว การขับรถ การเที่ยว จริงๆ ความสุขของเราสองคนง่ายมากครับ”
          ง่ายขนาดที่บางวัน รถเก่าที่รักอาจไม่มีแอร์หรือแอร์ไม่เย็น แต่ก็ยังเลือกจะขับต่อ
          
คุณป้อง: “ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ขับยากแค่ไหน บางทีแอร์ไม่เย็น ก็ไป”
          คุณปก: “แอร์ไม่เย็นไม่เป็นไร ก็ยังขับครับ เพราะอยากขับรถ”
          คุณป้อง: “บางทีเครื่องเสียงไม่มี ไม่มีเพลงก็ฟังเสียงเครื่องเอาครับ”

          บางทีคำว่า ‘เหมือนกัน’ ที่ได้ยินตลอดบทสนทนาจึงไม่ใช่เพียงคำติดปากของสองพี่น้องฝาแฝด หากเป็นคำสั้นๆ ที่อธิบายความสัมพันธ์ของคุณปกและคุณป้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่อาจมีบุคลิก วิธีคิด และเส้นทางบางอย่างที่แตกต่าง แต่ในหลายเรื่องที่มีความหมายกับชีวิต ตั้งแต่ครอบครัว ความสุข ไปจนถึงความรักในรถยนต์ พวกเขายังคงมองไปในทิศทางเดียวกัน และดูเหมือนว่าการมีอีกคนร่วมทาง จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ทุกเส้นทางสนุกขึ้นอีกเท่าตัว…

Photo By : Veerapol, Prayuth
Author By : Arunlak Tanomsin

SHARE