counters
hisoparty

Beauty… Innsbruck

3 months ago

            ไม่ว่าจะเป็นวันที่แอลป์พร่องหิมะ หรือแม่น้ำอินน์แห้งเหือด ในสายตาของนักเดินทาง อินนส์บรูค (Innsbruck) ก็ยังคงเป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม และอวลอุ่นไปด้วยไมตรีของผู้คน แบบที่อีกหลายเมืองในยุโรปไม่มี
            แม่น้ำอินน์และเทือกเขาแอลป์ คือฉากธรรมชาติอันงดงามของอินน์สบรูค ทำให้เมืองนี้คือหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของออสเตรีย
            จริงอยู่ อินน์สบรูคอาจไม่มีชื่อของกวีหรือศิลปินก้องโลกมาคอยดึงผู้คนให้เข้าหา แต่ลองไปเดินบนถนนสายหลักของเมืองที่ชื่อ มาเรีย เทเรสเซียน ซตราสเซอ (Maria-Theresien-Strasse) คุณอาจสงสัยว่าทำไมนักท่องเที่ยวถึงแห่แหนมาอินน์สบรูคกันเยอะขนาดนี้ นั่นคงเป็นเพราะเมืองหลวงของแคว้นทิโรลแห่งนี้ มีของดีอยู่รอบตัว ทั้งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ มีนัดกันที่เมืองงามแห่งนี้

            อินน์สบรูคขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองที่ทำรายได้ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ออสเตรียสูงลิ่วเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีเมืองไหนมาโค่นลงง่ายๆ นี่คือเมืองในอ้อมกอดของเทือกเขาแอลป์ที่ใครๆ ก็หลงรัก เวียนนาอาจมีไว้เติมความสุนทรีย์ ซาลส์บวร์ก มีไว้ตามรอย โมสาร์ท ฮัลสตัทท์ มีไว้ชายตามองเมืองน่ารัก แต่อินนส์บรูคคือเมืองที่มีไว้ให้แอลป์กอดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
            ไม่ว่าจะอยู่ซอกหรือมุมไหนของอินน์สบรูค แอลป์ชวนให้รู้สึกจะเหมือนมีบอดี้การ์ดคอยตามติดเราไม่ให้คลาดสายตาแอลป์เหมือนชายหนุ่มยืนอวดมัดกล้ามมองทุกชีวิตทุกความเคลื่อนไหวในอินน์สบรูค ในอ้อมกอดของแอลป์ นักเดินทางและชาวเมืองทุกคนจึงรู้สึกเดินเหินอย่างสบายอกสบายใจ

            การเดินทางท่องเที่ยวในอินน์สบรูคนั้นง่ายดายเหลือเกินยิ่งถ้าเดินทางมาด้วยรถไฟยิ่งง่ายใหญ่ เพราะที่สถานีรถไฟมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยติวนักท่องเที่ยวและมีแผนที่แจกเสร็จสรรพ
            จากสถานีรถไฟหากจะเดินเท้าเข้าไปหาย่านเมืองเก่าก็ไม่ไกลนัก ย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยอาคารโบราณหลังงามที่มีไม่น้อยที่ถูกดัดแปลงเป็นเรือนพัก ร้านอาคาร และคาเฟ่หน้าตาดี สถาปัตยกรรมยุคกลางที่หน้าตาดีจึงมีให้ดูแถวนี้เพียบ

            ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นออกตัวเที่ยวตรงไหน ลองไปตั้งต้นตั้งแต่อนุสรณ์สถานอย่างเสาแอนนา เซาเลอ (Anna Saule) เสาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์ที่กองทัพบาวาเรียขับไล่ชาวแคว้นทิโรลออกจากอินน์สบรูค
            จะว่าไปแล้ว ทิโรลก็ผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในสงครามมาหลายครั้ง มากกว่าความงดงามที่ปรากฏ จึงเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์
ที่แฝงไว้ในเมืองกลางหุบเขาแอลป์แห่งนี้

            จากนั้นค่อยๆ เดินเข้าสู่ถนนแฮร์ซอก ฟริดริช ซตราสเซอ (Herzog-Friedrich-Strasse) ถนนคนเดินที่จะคุณเข้าสู่อ้อมกอดของเมืองเก่า ถนนที่ถ้าใครกำลังปวดหัวอยู่ เดินไปสุดถนนแล้วรับรองหาย
เป็นปลิดทิ้ง หรือคู่ไหนกำลังกระเง้ากระงอดกันอยู่ รับรองว่าจะกลับมากระหนุงกระหนิงหวานฉ่ำ เพลินแน่ๆ เพราะมีแต่ร้านรวงขายของที่ระลึก แผงขายชีส คาเฟ่ริมทาง และร้านอาหารสุดฮิพ ทั้งถนนมีอยู่ร้านหนึ่ง
ที่ไม่ต้องใช้นางกวัก แต่ผู้คนเดินเข้าเหมือนเลี้ยงข้าวฟรีถ้าเฉียดเข้าไปใกล้หลายคนคงร้องอ๋อ ที่แท้ก็สวารอฟสกี้ แกลเลอรี่ เครื่องแก้ว และคริสตัลที่ไม่ได้มีชื่อเสียงดังแค่ในออสเตรีย แต่ดังคับโลกเชียวล่ะ
            ในละแวกนี้ เป็นไข่แดงของอินน์สบรูค มีร้านรวงให้ช้อปปิ้งมากมาย และมีร้านอาหารให้เลือกนั่งเต็มไปหมด เรือนพักก็ไม่น้อย และแน่นอนว่าราคาแพงระยับสมกับอยู่บนถนนสายนี้ เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งมุ่งหน้าไปดูหลังคาทองคำ (Goldenes Dachl)ที่อยู่ตรงปลายทาง แต่ค่อยๆ เก็บกินบรรยากาศสองข้างทางของถนนสายนี้กันก่อน

            สำหรับนักเดินทางที่มีเวลาให้กับอินน์สบรูคน้อย พวกเขาคงดิ่งไปหาหลังคาทองคำ สถานที่ที่แขกเหรื่อทุกคนต้องแวะดูอาคารสุดคลาสสิคและเก่าแก่ที่สุดประจำเมืองนี้ บางคนบอกว่านี่คือสัญลักษณ์
แห่งอินน์สบรูค ที่ๆ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งแคว้นทิโรล คือกษัตริย์แมกซิมิเลี่ยนที่ 1 กับพระนางมาเรียเทเรซ่า ตรงระเบียงมีไว้ให้กษัตริย์ได้ชมเทศกาลหรืองานแสดงต่างๆ
            จากย่านหลังคาทองคำ หากเดินไปโผล่ตรงจัตุรัสโดมพลัทซ์ ซึ่งอยู่ด้านหลังของหลังคาทองคำ อินน์สบรูคยังมีมุมน่าสนใจอีกหลายแห่ง เป็นต้นว่าพระราชวังแอมบราส (Ambras Castle) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และโบสถ์เซนต์เจมส์ (Cathedral St.James) ที่งดงามแบบบาร็อค และมีหอคอยสีเขียวโดดเด่นอยู่กลางเมืองเก่า ละแวกนั้น ยังมีพิพิธภัณฑ์ อาร์ทแกลเลอรีและโรงละครอีกหลายแห่งที่น่าแวะเวียนเข้าไปอย่างยิ่ง

            โดยรวมๆ แล้ว อินน์สบรูคอยู่ในข่ายเมืองเก่าเจ้าเสน่ห์ มีสิ่งปลูกสร้างอันวิจิตร และศิลปกรรมอันงดงามที่มีให้เห็นจากอาคารบ้านเรือน โบสถ์ วิหารและพิพิธภัณฑ์ อาคารหลากสไตล์ไม่ว่าจะเป็นแบบบารอค โกธิค เกิดขึ้นบนดินแดนแห่งนี้
            เมืองนี้ยังเคยโด่งดังเมื่อครั้งถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวมาแล้วถึง 2 ครั้ง และรายรอบชานเมืองของอินน์สบรูคยังมีหมู่บ้านเล็กๆน่ารักๆ ซ่อนตัวตามหุบเขาอีกกว่า 20 แห่ง

            ลองแวะไปดู แล้วคุณอาจจะเห็นตรงความเห็นของนักเดินทางหลายคน ที่ว่า น้ำใจของชาวแคว้นทิโรลงามเท่ากับหน้าตาของเมือง ถ้าไม่เชื่อลองเดินสังเกตแม่ค้าและผู้คนแถวนี้ยิ้มแย้มกันทุกคน อาจเป็นเพราะ คนทิโรลมีนิสัยชอบพบปะสังสรรค์ และช่างพูดคุยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าง่าย
            ชาวทิโรลมีน้ำใจโอบอ้อมอารีเป็นที่หนึ่ง บางคนบอกว่าด้วยสภาพภูมิประเทศของทิโรลที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ภูเขา ดอกไม้ป่า และหมู่บ้านชนบทที่งดงามทำให้คนทิโรลใจดี บางคนก็บอกว่าความที่ทิโรลอยู่ระหว่างสวิส อิตาลี เยอรมัน ทำให้คนทิโรลหยิบเอาจุดเด่นของคนแต่ละเชื้อชาติมาผสมผสาน ประมาณว่ามีระเบียบวินัยแบบคนเยอรมัน มีชีวิตที่สนุกแบบคนอิตาลี มีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบคนสวิส

            ออกเดินทางไปอินน์สบรูคกัน ไปให้เทือกเขาแอลป์โอบกอด ไปกินดื่มในเมืองแสนคลาสสิค ฟังเสียงดนตรีที่แสนสุนทรีย นี่แหละชีวิตในอินน์สบรูค

Story & Photo By กาญจนา หงษ์ทอง

SHARE