counters
hisoparty

Baan Langsuan Bangkok รสชาติความรักจากอาม่า กับเสน่ห์ของความอร่อยในเมนูคุ้นเคย

19 hours ago
 

          บางครั้งความทรงจำที่ชัดที่สุด อาจไม่ได้อยู่ในภาพถ่ายหรือของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่อยู่ในรสชาติของอาหารที่เราเคยกินมาตั้งแต่เด็ก สำหรับ คุณเบียร์ - รัฐปรัชญ์ ธนสินศิริภัทร์ ความทรงจำเหล่านั้นค่อยๆ ถูกนำกลับมามีชีวิตอีกครั้งที่ Baan Langsuan Bangkok ร้านอาหารไทยที่ตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารแบบ Home Cooking ผ่านสูตรและรสชาติที่ผูกพันกับครอบครัว โดยเฉพาะความทรงจำที่มีต่อ ‘อาม่า’

         ความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเข้ามาใน Baan Langsuan Bangkok จึงไม่ได้เหมือนเข้ามาในร้านอาหารทั่วไป แต่คล้ายกับการเดินเข้ามาเยี่ยมบ้านของใครสักคน ห้องรับแขกเต็มไปด้วยของสะสมและรายละเอียดที่มีเรื่องราว ทั้งพระพุทธรูป โคมไฟ และของตกแต่งต่างๆ รวมถึงจานชามลายสีน้ำเงิน–ขาวที่คุณเบียร์ออกแบบขึ้นจากแรงบันดาลใจของสะสมของอาม่า ก่อนจะนำมาผลิตและวาดด้วยมือในประเทศไทย สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ทำให้บรรยากาศของร้านมีทั้งความเป็นไทย ความร่วมสมัย และความเป็นครอบครัวอยู่พร้อมกัน

          หัวใจสำคัญของ Baan Langsuan Bangkok คือแนวคิด ‘Real Thai Home Cooking by Thai Hands’ อาหารแต่ละจานจึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อให้รสชาติดี แต่ยังมีความตั้งใจที่จะเก็บความรู้สึกของอาหารที่เคยกินในบ้านเอาไว้ด้วย หลายเมนูมีที่มาจากสูตรและรสชาติที่สืบทอดกันในครอบครัว ทั้งจากอาม่าและคุณแม่ ถ่ายทอดต่อมาสู่ทีมครัวในวันนี้

          หนึ่งในเมนูที่สะท้อนความผูกพันนี้ได้ชัดคือ พะโล้อาม่า รสชาติที่คุณเบียร์คุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก และยังคงถูกนำกลับมาเสิร์ฟในแบบที่อยากให้ทุกคนในครอบครัวนั่งกินด้วยกันได้ เช่นเดียวกับ หมูอบอาม่า อีกหนึ่งเมนูที่ชื่อก็บอกถึงที่มาอย่างตรงไปตรงมา เป็นรสชาติที่เชื่อมโยงความทรงจำในบ้านเข้ากับโต๊ะอาหารของลูกค้าในวันนี้

          สำหรับคนที่มาครั้งแรก เมนูอย่าง แกงมัสมั่นไก่ ก็ถือเป็นหนึ่งในจานที่ช่วยทำความรู้จักกับ Baan Langsuan Bangkok ได้ดี ด้วยสูตรเฉพาะของครอบครัวและเครื่องแกงที่ให้รสชาติเข้มข้น ขณะที่ ต้มยำกุ้ง เป็นอีกหนึ่งจานที่ร้านให้ความสำคัญ ทั้งความหอมของพริกเผา รสเผ็ด เปรี้ยว และความกลมกล่อมที่ตั้งใจให้กินคู่กับข้าวหอมมะลิร้อนๆ แล้วรู้สึกคุ้นเคยเหมือนอาหารบนโต๊ะที่บ้าน

         อีกกลุ่มเมนูที่สะท้อนความเป็น ‘อาหารบ้านๆ ที่มีความพิเศษ’ ได้ดี คืออาหารที่เราคุ้นชื่อกันอยู่แล้ว แต่ทุกจานมีรสชาติและวิธีปรุงในแบบของ Baan Langsuan Bangkok ไม่ว่าจะเป็น แกงส้มชะอมกุ้ง ที่รสจัดจ้านแต่กลมกล่อม หลนกุ้ง เสิร์ฟพร้อมผักสดหลากชนิด หรือ ขนมปังหน้าหมู ที่เป็นเมนูกินเล่นเรียบง่าย แต่เข้ากับบรรยากาศร้านได้อย่างพอดี

         และถ้าจะพูดถึงเมนูที่มีภาพความทรงจำชัดที่สุด คงต้องมีชื่อของ พวงกาแฟโบราณ อยู่ด้วย เพราะเป็นเมนูที่เชื่อมโยงคุณเบียร์กลับไปสู่วัยเด็กและอาม่าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งโอวัลตินร้อนหรือกาแฟโบราณ ขนมปังปิ้ง สังขยา ไข่ลวก และชามะลิอ่อนๆ เป็นชุดอาหารเช้าที่ดูเรียบง่าย แต่มีความหมายมากกว่าความอิ่ม และยังคงเสิร์ฟอยู่ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายในวันนี้

          ความรู้สึกของอาหารเช้าแบบวันวานยังถูกต่อยอดไปในหลายเมนูของร้าน ทั้งเมนูที่กินง่ายและเมนูที่ชวนให้นึกถึงมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน ทำให้ Baan Langsuan Bangkok มีความเป็นร้านที่สามารถแวะมาได้ตั้งแต่เช้า และยังต่อเนื่องไปจนถึงมื้อกลางวันและมื้อเย็น โดยไม่ทิ้งความรู้สึกสบายๆ แบบกินข้าวอยู่ที่บ้าน

          ด้านของหวานก็ยังคงแนวคิดเดียวกัน โดยเฉพาะ ขนมต้ม และ ขนมชั้น ที่ทำเองทุกขั้นตอน รวมถึง บัวลอยไข่หวาน และ กล้วยบวชชี เมนูง่ายๆ ที่หลายคนคุ้นเคย แต่เมื่ออยู่ในบริบทของร้านแห่งนี้กลับยิ่งตอกย้ำแนวคิดเรื่องอาหารจากความทรงจำได้ชัดขึ้น ของหวานจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปิดท้ายมื้อ แต่เหมือนเป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวที่คุณเบียร์อยากส่งต่อ

          สิ่งที่น่าสนใจของ Baan Langsuan Bangkok จึงไม่ใช่เพียงการนำสูตรอาหารเก่ากลับมาทำใหม่ หากเป็นการพยายามรักษา ‘ความรู้สึก’ บางอย่างเอาไว้ด้วย ทั้งความอบอุ่นของการกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ความทรงจำของคนในครอบครัว และรสชาติที่เมื่อได้กลับมากินอีกครั้งแล้วเหมือนพาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาหนึ่งในชีวิต

          สำหรับคุณเบียร์ ร้านแห่งนี้จึงเหมือนพื้นที่ที่ความคิดถึงอาม่ายังคงอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่ของสะสม จานชาม ไปจนถึงอาหารบนโต๊ะ และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Baan Langsuan Bangkok ไม่ได้ให้ความรู้สึกเพียงว่าเราออกมากินข้าวนอกบ้าน แต่เหมือนได้แวะเข้ามานั่งกินอาหารใน ‘บ้าน’ ที่มีเรื่องราวของใครบางคนอยู่จริงๆ

Baan Langsuan Bangkok
39/2 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร. 085-215-5055
instagram : @baanlangsuanbangkok

Photo By : Prayuth
Author By : Arunlak

SHARE