
การทานยาและวิตามินบางอย่าง อาจมีผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ของยา ส่งผลต่อช่องปากและฟันของผู้ทานได้ ผลข้างเคียงของยา ก่อให้เกิดอาการได้หลายอย่าง อาการบางอย่างส่งผลต่อฟันและเหงือก บางอย่างส่งผลต่อปริมาณน้ำลายในช่องปาก บางอย่างส่งผลต่อกระดูก บางอย่างส่งผลต่อการหยุดไหลของเลือด ซึ่งทันตแพทย์จะต้องทราบและให้การรักษาผู้รับยานั้น ๆ อย่างเหมาะสม มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาตามมาหลังการรักษาหลายๆ อย่างได้ สิ่งที่เราควรจะทำเมื่อไปพบทันตแพทย์ คือ การแจ้งปัญหาเรื่องโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ การรับประทานยาประจำ ยาทานไม่ประจำอื่นๆ รวมถึงวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ ด้วย เพื่อให้ทันตแพทย์ทราบอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ จากยา ที่อาจส่งผลต่อการรักษาสุขภาพช่องปากในระยะยาวได้ กลุ่มยาที่อาจส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและฟัน หรือต้องระมัดระวังเมื่อจะทำฟัน (ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อนทำฟัน) อาจแบ่งแยกออกได้เป็นหลายกลุ่ม ดังนี้
ยาที่ส่งผลให้เหงือกบวมฉุ
ยาบางอย่างอาจทำให้เหงือกบวมฉุได้ เช่น ยากันชักกลุ่ม Phenytoin ยากดภูมิที่ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะต้องทาน เช่น Tacrolimus, Sirolimus, Cyclosporine ยาทานที่มีส่วนผสมของ Steroid ยาพวกนี้ ทำให้เหงือกอักเสบ เหงือกอ้วนฉุแดงเป็นก้อนๆ ไม่สวย ทำให้ดูแลยากและติดเชื้อได้ง่าย เมื่อคนไข้จำเป็นต้องทานยาต่างๆ เหล่านี้ ควรจะเข้ารับการทำดูแลเหงือกและฟันต่อเนื่องเป็นระยะๆ ทุกๆ 3-6 เดือน เพราะภาวะเหงือกฉุดักล่าว ทำให้คนไข้ไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายๆ ทำให้เหงือกติดเชื้อหรือยิ่งอักเสบได้

ยาที่ทำให้น้ำลายน้อย
ยากลุ่มนี้ทำให้น้ำลายในช่องปากไหลน้อยชั่วคราว เมื่อปากแห้ง ก็มีผลให้ฟันผุง่าย หรือมีกลิ่นปากรุนแรงได้ ยากลุ่มนี้ได้แก่ ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคเครียด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยานอนหลับ ยาลดความดันบางชนิด ยาขับปัสสาวะ ยาแก้แพ้ (antihistamine) ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ยารักษาโรคเบาหวาน
ยาต่างๆ เหล่านี้ หากทานติดต่อกัน ต่อมน้ำลายจะทำงานน้อยและขับน้ำลายออกมาน้อยลง ทำให้ปากแห้ง มีผลให้เป็นแผลในช่องปากง่ายและหากน้ำลายน้อยต่อเนื่องนานๆ จะมีผลให้ฟันผุง่าย
เมื่อจำเป็นต้องทานยาต่างๆ เหล่านี้ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ เพื่อนัดให้มาทำความสะอาดฟันทุกๆ 6 เดือน เป็นการช่วยดูแลสุขภาพช่องปากในภาวะน้ำลายต่ำนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันผลิตภัณฑ์ที่สร้างความระคายเคืองต่ำ เคลือบเจลบนฟันป้องกันฟันผุให้ และใช้ครีมทาฟันชนิดต่างๆ ได้แก่ DR.C Sporth Tooth Mousse, GC toothmousse น้ำลายเทียม เป็นต้น เพื่อช่วยต่อสู้ปัญหาน้ำลายน้อยนี้ได้
นอกจากยาที่ทำให้น้ำลายไหลน้อยแล้ว ยังพบว่าคนที่มีปัญหาไทรอยด์เกิดภาวะ Hypothyroid จะทำให้เกิดภาวะน้ำลายน้อยได้ ผู้ที่เป็นโรคนี้ร่วมกับการทานยาดังกล่าวข้างต้น ยิ่งพบภาวะน้ำลายน้อยรุนแรง จึงควรเข้าพบทันตแพทย์ทุกๆ 3-6 เดือน นอกจากนี้ ควรงดอาหารที่ส่งผลให้น้ำลายน้อยลง ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ กาแฟ ชา ร่วมถึงงดสูบบุหรี่ด้วย
ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังอยู่ในช่วง Chemo และผู้ป่วยที่มีปัญหาต้องล้างไต ผลที่ได้รับก็ส่งผลให้ปากแห้งด้วย มีผลให้เป็นโรคเหงือกและฟันผุได้

ยาที่ทำให้เลือดหยุดยาก
ได้แก่ ยาระงับปวดกลุ่ม aspirin รวมถึงผู้ที่ทานยา baby aspirin เพื่อป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ยาป้องกันเส้นเลือดอุดตันต่างๆ เช่น Warfarinซึ่งเป็นยา anticoagulant หรือยาทำให้เลือดไม่ข้นรวมถึงการทานอาหารเสริมพวก fish oil ต่างๆ เพื่อเสริม Omega 3 เพราะอาหารเสริมนี้จะทำให้เลือดข้นน้อยลงด้วย ทำให้เมื่อมีแผลจะส่งผลให้เลือดหยุดยาก เพราะเกล็ดเลือดต่ำลงดังนั้น เมื่อต้องทำหัตถการเช่น ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ทำรากฟันเทียม ปลูกเหงือกตัดเหงือกเพื่อความสวยงาม จะต้องทำการหยุดยาก่อนอย่างน้อย 5 วัน มิฉะนั้นจะมีผลให้เลือดไหลไม่หยุดและเกิดปัญหาต้องห้ามเลือดด้วยยาพิเศษต่างๆ นอกจากหัตถการต่างๆ นี้แล้ว แม้แต่การขูดหินปูน อุดฟันก็อาจมีผลให้เกิดเลือดออกและหยุดได้ยากจนน่ากลัวได้ เมื่อทานยาต่างๆ ข้างต้น ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบด้วย
ยาที่ทำให้กระดูกแข็ง
ผู้หญิงหรือคนสูงอายุ มักมีภาวะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ทำให้แพทย์จ่ายยาช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น ด้วยการทานยาร่วมกับการฉีดยากลุ่ม Bisphosphonate (ยารักษา osteoporosis) ทั้งนี้ ยาดังกล่าวส่งผลให้กระดูกแข็งและทำให้การปลูกรากเทียมให้สำเร็จทำได้ยาก ดังนั้น เมื่อทานยาดังกล่าวควรแจ้งทันตแพทย์ด้วยเพราะการทำรากเทียมเป็นหัตถการที่ต้องปลูกรากในกระดูกหากรากเทียมไม่ติด ก็จะเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปเปล่าๆ
ยาที่มีผลต่อการหายของแผล
ได้แก่ ยากดภูมิต่างๆ ยาสเตียรอยด์ (ซึ่งบางครั้งผสมในอาหารเสริมต่าง ๆ) ยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ ยังมีภาวะเบาหวาน ที่มีผลให้แผลหายช้า ความคุมภาวะเบาหวานให้ได้ด้วยยารักษาเบาหวานก่อนทำหัตถการที่ทำให้เกิดแผลในช่องปาก
ยาที่ทำให้การรับรสเปลี่ยนแปลงได้
บางครั้งคนไข้มีภาวะปากขม หรือการรับรสผิดปกติ รู้สึกมีรสเฝื่อนในปาก และมาปรึกษาทันตแพทย์ ทั้งนี้ยาที่ส่งผลให้การรับรสในช่องปากเปลี่ยนแปลงชั่วคราวได้แก่ ยาพ่นในช่องปากแก้หอบหืด ยาช่วยเลิกบุหรี่ ยารักษาโรคหัวใจและยากระตุ้นระบบประสาท รวมถึงยาเสพติดต่างๆ แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
ยาที่เด็กและสตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง
ได้แก่ ยาแก้อักเสบที่ส่งผลให้ฟันของเด็กเล็กที่อยู่ในช่วงสร้างฟัน เกิดภาวะฟันดำสีน้ำตาล ชื่อยา เตตระซัยคลิน Tetracycline เป็นยาแก้อักเสบ ที่นิยมใช้แก้เจ็บคอ ลดอาการเป็นสิว และแผลอักเสบต่างๆ ทั้งนี้ ยาดังกล่าว ยังพบมีการใช้จากการซื้อจากร้านขายยาในชนบท ยาดังกล่าวนั้น ต่างประเทศได้ออกข้อระมัดระวังแจ้งไม่ให้ใช้กับเด็กเล็ก อายุ 0-12 ปี รวมถึงมารดาที่มีลูกในครรภ์ และมารดาที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร

ยาเม็ดฟลูออไรด์ ควรงดจ่ายให้เด็กเล็กทาน
เพราะพบว่าเด็กเล็กทานเกินขนาดได้มาก จะทำให้ฟันแท้ที่สร้างนั้นเกิดภาวะฟันตกกระ ตั้งแต่ภาวะไม่รุนแรงจนกระทั้งภาวะรุนแรงเป็น severe fluorosis จนฟันกร่อน กระดูกผุได้
ยาน้ำบางชนิดมีส่วนผสมของน้ำตาลมาก (Syrup)
การทานยาน้ำพวกนี้ต้องทานน้ำตามมากๆ เพื่อลดปริมาณน้ำตาลในช่องปาก เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรคที่ก่อให้ฟันผุในช่องปาก
อาหารเสริมที่ต้องแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ ก่อนการทำฟัน
ได้แก่ Fishoil เพราะการทานมากๆ หรือทานเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ จะมีผลให้เลือดแข็งตัวยาก
ยาเสริมต่างๆ ที่อาจมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เช่นยาจีนแปลกๆ ต่างๆ เพราะจะมีผลให้แผลหายช้าได้ ควรหยุดทานยานั้นๆ ก่อน

โดยสรุปคือ ถ้าเราทานยาหรือวิตามินอะไรอยู่เป็นประจำ แต่เราไม่ทราบว่ายาหรือวิตามินนั้นมีผลต่อสุขภาพช่องปากหรือการทำฟันของเราไหม เราควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบด้วยว่ากำลังทานยาอะไรอยู่ เพราะทันตแพทย์จะช่วยตัดสินใจให้การรักษาทันตกรรมที่เหมาะสมต่อสภาวะของเราได
Author By : รศ. ทพ. เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์
